manit prabhasanont  (484 views)

 

What is manit doing now?

ไม่มีภาระงาน มีแต่การทำอย่างเต็มใจ
More than 1 month ago  ·  Comment »

Location

Bangkok, Thailand

Birthday

December 17
 
Advertisement

Info

http://cybernid.hi5.com - Send it to your friends

Birthday

December 17

Location

Bangkok, Thailand

Languages

Thai
 

About Me

มานิต ประภาษานนท์ ครับผม
Here I am, Manit Prabhasanont

a very nice man of love, caring, honest, matured, understanding, and of good character, good health and well-to-do.

ขยัน ฉลาด มาดแมน สุดหล่อ แสนดี มีตังค์

Interests

ธรรมชาติ/ชีวิต/จิตใจมนุษย์
สิ่งแวดล้อม/สังคม/ประวัติศาสตร์/ศาสนา
ศิลปะ/วัฒนธรรม/บทกวี/ถ่ายภาพ
จักรวาลวิทยา/ดาราศาสตร์
เขียนหนังสือ/ทำหนังสือ/Graphic Design
ดูนก/ดูดาว/ดูใจ/ดูคน/ดูตนเอง

Favorite Music

แสงดาวแห่งศรัทธา/พลังใจ/ทบทวน
Forest Piano/Piano in the Garden/
Nobody Child
 

Favorite Movies

Accidental Hero/Groundhog Day/Contact/
Sleepless in Seattle/Love Actually/Gandhi/
It could happen to you/Matrix/Last Samurai/
Dave/Cast Away/Schindler's List/Ikiru/
an Inconvenient Truth/โหมโรง
 

Favorite TV Shows

คนค้นฅน/Real Hustle/The Universe/
เกมซ่าท้ากึ๋น
 

Favorite Books

มองตน/เปลือกหอยกับความสุข/เธอควรจะรู้สึก/
ปาฏิหาริย์แห่งการตื่นอยู่เสมอ/แรงดลใจแห่งชีวิต
LONGMAN Contemporary English/
พจนานุกรม ฉบับมติชน
 

Favorite Quote

"เปลวเทียนละลายแท่ง เพื่อเปล่งแสงอันอำไพ
ชีวิตมลายไป เพื่อสิ่งใดทิ้งไว้แทน"
 

hi5 Games

Play hi5 Games

manit hasn't played any games recently.

Journal

View 1 Entry    Add Comment

เนื่องจากมีคำขอเป็นเพื่อนใหม่เข้ามาเรื่อยๆ จากคนที่รู้จักบ้าง ไม่แน่ใจว่ารู้จักบ้าง และ แน่ใจว่าไม่รู้จักบ้าง

ทั้งนี้ ด้วยไม่แน่ใจว่าคำขอเป็นเพื่อนใหม่เกิดขึ้นจากโปรแกรม hi5 หรือจากผู้ที่สนใจจะเป็นเพื่อนกันจริงๆ  จึงขออภัยไว้ ณ ที่นี่ ที่จะ ยังไม่ตอบรับคำขอของผู้ขอที่ไม่แน่ใจว่ารู้จัก (หรืออาจจะรู้จักแต่จำรูปไม่ได้)

ในกรณีที่ผู้ขอมีความสนใจจะขอเป็นเพื่อนจริงๆ (เพื่อนใหม่เพื่อนเก่าก็ได้ ไม่รังเกียจครับ) รบกวนให้ กรุณาส่งข้อความหรือฝากความเห็นแนะนำตัวกันหน่อยนะครับ จะได้รู้ว่าใครเป็นใคร

ไม่ได้เล่นตัวนะครับ ยินดีเป็นเพื่อนกับทุกคน แต่อยากให้เป็นเพื่อนกันอย่างมีความหมายด้วยครับ

ไม่อยากมีแต่ีรายชื่อเพื่อนเป็นร้อย แต่ไม่รู้จักหรือไม่เคยสนใจจะคุยกันเลย

มานิตครับ

Applications

Browse Applications

Buddy List
Who are your favorite Buddies?? Add your best friends to your BuddyList!. {Now you can create your...

 

hi5 Gifts

Give a Gift    Get hi5 Coins    View all

manit has no unwrapped gifts.
 

Comments | View All Entries

Leave a comment for manit

Dec 8 4:31 AM
 
ไม่ได้ไปเหมือนกันค่ะ น้องทีทำงานไปมา บอกว่ามองไปเห็นไกลสุดกู่ บุกยึดพื้นที่ไม่ไหวค่ะ

อีกอย่างเขาบอกกลั้นไม่เจอห้องน้ำให้เข้าอีก ลุกก็เสียที่

สรุปนอนอยู่บ้านดูทีวีดีกว่า 5555
 
Dec 7 6:04 PM
 
พี่มานิตเป็นไงบ้าง ไปเดินเล่นแถวพระที่นั่งอนันต์หรือเปล่า ดูในทีวีสวยมากเลยนะ
 
Nov 25 3:17 AM
manit says:
 
ตอบหลานบิ๊ก
---------------

ความคิดฟุ้งซ่านก็เหมือนม้าป่าที่โจนทะยานไปไม่ยอมหยุด
วิธีทำให้ม้าป่าเชื่องลงก็มีหลายวิธี เช่น

- ล้อมคอกไว้ ไม่ต้องไปสนใจมัน มันเหนื่อยเข้าก็หยุดเอง (หยุดตามธรรมชาติ)
- ผูกไว้กับหลัก อาละวาดไปไม่ได้นานก็ต้องหยุดอยู่ที่หลักนั่นเอง
- หรือ ขึ้นหลังโลดแล่นไปกับมันเลย แต่ต้องควบคุมบังเหียนให้ดี ถ้าเก่งพอก็เอาอยู่ และจะทำให้ม้าป่าอยู่ในความควบคุมได้

กำลังและความชำนาญของผู้ฝึกม้าเป็นสิ่งสำคัญ
ไม่ชำนาญก็จัดการไม่ถูก จัดการถูกแต่ไม่มีกำลังพอก็เอาไม่อยู่เหมือนกัน

กำลังในที่นี้หมายถึง"กำลังของสติ"
ต้องหมั่นเจริญสติบ่อยๆ สติจึงจะมีกำลัง
(เหมือนออกกำลังกายนั่นแหละ ทำบ่อยๆ สม่ำเสมอ ก็เกิดกำลัง)
ต้องสร้างความแข็งแรงให้สติก่อนจะฟุ้งซ่าน
ไม่ใช่ฟุ้งซ่านแล้วค่อยมาฝึกสติ สติจะเอาไม่ค่อยอยู่
(ต้องสร้างกำแพงเมืองให้แข็งแรงก่อนข้าศึกจะบุก)

ความชำนาญเกิดจากการเรียนรู้ธรรมชาติของความคิด
ต้องทำบ่อยๆ เฝ้าดู รู้เห็น และฝึกจัดการอย่างถูกต้องเหมาะสม
บ่อยเข้าก็คล่องแคล่วไปเอง

เคล็ดลับคือ ให้รู้สึกดี รู้สึกพอใจที่ได้เจริญสติ
มีสติแล้วมีความสุข ความสุขจะทำให้อยากทำต่อบ่อยๆ
อย่ามองการเจริญสติเป็นเรื่องยาก เป็นภาคบังคับ
ทำไปเรื่อยๆ ทำได้มากก็พอใจ ทำได้น้อยก็พอใจ
ทำไม่ได้เลยก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยทำใหม่ก็ได้เอง

ลุงนิด
 
Nov 24 10:39 PM
l3iG says:
 
พี่มานิตครับสวัสดีครับ
. . . .
ไม่ชินแฮะ แปลกๆยังไงไม่รู้เรียกลุงนิดเหมือนเดิมดีกว่า(555)

คือมีเรื่องจะปรึกษาหน่อยครับ

คือเวลาที่ความคิดมันเข้ามาในหัว(แน่นอนว่าส่วนมากแล้วไม่ได้ต้องการเลยอยู่ดีๆมันก็มาเอง)

พอคิดแล้วก็รู็นะว่าคิดแต่ว่าบางทีก็อยากให้ความคิดนั้นมันหยุดไปอะครับ
มันแบบว่าคิดแล้วก็รู็แล้วว่าคิด แต่มันไม่หายไปอะมันรู้ . . . . แล้วมันก็ยังอยู่ให้รู้อยู่นั่นแหละ
บางทีก็พยามคิดเรื่องอื่นแทน แต่ก็ไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่มันกลางเป้นคิดสองเรื่องคู่กันไปเลย แล้วก็กลับมาโฟกัสที่เรื่องเดิมใหม่
ลุงนิดว่าทำไงดีครับ
เพราะบางทีที่ไม่อยากคิดบางเรื่องเนื่องจากมันไม่ใช่เรื่องที่สมควรคิดเลย
หรืออาจจะไม่เหมาะสม,เรื่องที่ไม่อยากคิดถึง(อันนี้น้อยแต่ก็นานๆทีมีบ้าง),ฯลฯ

ขอบคุณล่วงหน้าครับ
 
Nov 20 11:24 PM
 
ถึงพี่มานิตที่รัก และเคารพ

ก็เขียนภาษาเน็ตไม่เป็นค่ะ บ้างคำอ่านของคนอื่นก็อ่านไม่ค่อยเข้าใจ อาจเป็นเพราะเรามั่วแต่ขายของก็ไม่ทันเทคโนโลยีแล้ว นี่แอมก็เพิ่งสมัครHi5 เป็น(แต่จริงๆ แล้วมีคนสอน)ก็คิดว่าทันเค้าแล้วมั้งแต่ที่ไหนได้เพื่อนบอกเดียวนี้เค้าเล่น Face Book แล้วก็คิดว่าช่างเค้า แค่สามารถติดต่อคนที่อยากคุยด้วยได้คุยด้วยก็มีความสุขมากๆ แล้ว

เห็นรูปพี่มานิตแล้วก็จำได้เลย ไม่เปลี่ยนเลยนะคะ(หล่อเหมือนเดิม)

ถ้ามีโอกาสได้เข้ากรุงเทพ จะรีบโทรหาพี่มานิตนะคะ (แต่มีข้อแม้ว่าพี่มานิตต้องเป็นเจ้ามือนะคะ)

คิดถึงเสมอ
 
Nov 20 6:58 AM
 
สวัสดีค่ะ เหมือนไม่ได้คุยกันนาน มาเข้า hi5 ได้เจอประโยคอะไรดี ๆ อีกแล้วล่ะค่ะ
โดยสรุป ๆ ทีผ่านมาพี่มักจะบอกว่าให้ทำอะไรเต็มที่ แต่ถ้าเจออะไรไม่ดีบ้างก็ช่างมัน บางครั้งการไปแคร์อะไรมากเกินไปก็ทำให้ไม่มีความสุขนะ
 
Nov 19 2:46 AM
 
ถึง พี่มานิตที่รักและเคารพ

ได้อ่านคำแนะนำของพี่แล้ว แอมจะทำความเข้าใจให้เข้าใจจริงๆ จะได้มีความสุขขึ้นกว่าเดิม ก็ได้เห็นคุณค่าของสิ่งที่ทำเพราะเราทำให้เด็กมีความคิดดีขึ้น ได้ให้กำลังเค้ายามที่เค้าท้อแท้ (ได้ผลบ้างไม่ได้บ้าง)
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำที่ดีๆ ที่ทำให้แอมได้คิด จนถึงทุกวันนี้ก็นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน
คิดถึงเสมอ
 
Nov 19 1:47 AM
manit says:
 
คำแนะนำของพี่

- ตั้งจิตเป็นกุศล ทำงานด้วยความรักและหวังดีต่อผู้อื่น

- ทำอย่างเต็มใจ ทำเต็มที่ เต็มความสามารถ

- อย่ากลัวผิด คนเราผิดกันได้ ผิดก็เรียนรู้เพื่อแ้ก้ไข

- อย่ากลัวโดนตำหนิ ตำหนิเป็นเรื่องดี ควรน้อมรับฟังเพื่อปรับปรุง

- ใครตำหนิรุนแรงไม่เข้าท่า ก็ "ช่างหัวเขา" (เข้าใจเขา แต่อย่าแคร์มากเกินไป)

- ถ้าทำดีที่สุดแล้ว ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย ก็แปลว่าเราอาจไม่เหมาะกับที่นั่นหรืองานนั้น ลองเปลี่ยนที่หรือเปลี่ยนงานใหม่ที่เหมาะกับเราก็ไม่เลว

- ชีวิตนี่สั้นนัก เวลาของชีวิตมีค่า อย่ามัวเสียเวลากับเรื่องความพอใจหรือไม่พอใจของคนอื่นมากเกินไปนัก

- ใช้ชีวิตแต่ละวันของเราอย่างที่เราเลือกเองดีกว่า ไม่ต้องดีที่สุดก็ได้ ขอให้ได้ทำในสิ่งที่ดีที่เราเห็นคุณค่าและมีความสุขกับมันก็พอ
 
Nov 19 12:38 AM
 
ถึงพี่มานิตที่รัก และเคารพ

แอมก็สำรวจตัวเองเสมอว่าเข้าข่ายใช้ชีวิตเพื่อเป็นเครื่องมือของงาน เพราะงานมันบีบเราเสมอ บ้างครั้งก็สับสน เหนื่อยใจ ท้อใจ งานที่แอมทำจะต้องเกี่ยวกับเด็ก (นักเรียนปวช.1)มีปัญหาอยู่เสมอเรื่องส่วนตัว เรื่องเรียน เรื่องครอบครัว ต้องให้คำปรึกษาหรือบ้างครั้งต้องช่วยแก้ไขปัญหา เมื่อเด็กมีปัญหาแล้วเราแก้ไขไม่ได้ก็จะโดนตำหนิ (แรงๆ )
พี่มานิตช่วยแนะนำแอมหน่อยนะคะว่าควรจะทำอย่างไรดี

คิดถึงเสมอ
 
Nov 18 3:46 AM
manit says:
 
ตอบน้องแอม

จำได้อยู่แล้วจ้ะ ถามให้แน่ใจยิ่งขึ้นเท่านั้น
(เพราะเปิดใช้ hi5 ทั้งทีแต่ไม่ยักใส่รูปให้คนเห็นนะ)

ยินดีด้วยจ้ะที่ได้เรียนรู้จากงานที่ทำ น่าจะมีความสุขดีนะ
พี่ว่าถ้าเราเห็นคุณค่าและมีความรู้สึกที่ดีต่องานที่ทำ ต่อคนที่ได้สัมพันธ์
งานก็จะเป็น "เครื่องมือของการใช้ชีวิต"
ไม่ใช่ "ใช้ชีวิตเพื่อเป็นเครื่องมือของงาน"

คิดถึงเช่นกันจ้ะ
 
Nov 17 6:00 PM
 
สวัสดีค่ะพี่มานิต

แอมที่น่ากลมๆ ที่อยู่ลำปางค่ะ จำได้แล้วใช้มั้ยคะ ตอนนี้แอมทำงานอยู่ปัญญาภิวัฒน์ที่ลำปางคะทำมาได้เกือบปีแล้วช่วงก่อนออกขายของต่างจังหวัดหลายจังหวัดสนุกดีได้เห็นอะไรใหม่ๆ หลาย ๆ แบบ ผู้คนก็แตกต่างกันไปแต่รู้สึกเลยว่าอยู่บ้านเราดีที่สุด หน้าที่แอมตอนนี้ก็เป็นครูนิเทศคะ ต้องดูแลนักเรียนปวช.1 เราไม่ได้จบครูมาก็ไม่มีความรู้เรื่องกฎระเบียบอะไรแต่มาดูแลในโครงการ Construtionism 7 Eleven อบรมมาเฉพาะโครงการนี้แต่ก็แก้ไขปัญหาให้กับเด็กนักเรียนด้วยเค้าเรียกพวกแอมว่า Facilitater (ผู้อำนวยการเรียนรู้) ทำมาเกือบปีก็เหมือนกับตัวเองมาเรียนรู้เหมือนกันคะ คิด ทดลองทำ สะท้อนความรู้สึก แล้วก็กลับมาคิดใหม่ ทำใหม่ สะท้อนความรู้สึกใหม่ อยู่ตลอดเวลา ได้อะไรมากมายทั้งเรียนรู้งาน คน และเรียนรู้ตัวเอง

คิดถึงเสมอ
 
Nov 16 10:49 PM
 
สวัสดีค่ะ พี่มานิต
แอมเองนะคะจำแอมได้มั้ยคะ ไม่ได้ติดต่อกันนานมากเลยแอมทำโทรศัพท์หายเบอร์ทุกคนหายหมด พี่มานิตสบายดีนะคะ แอมคิดถึงพี่นะคะ
 
Nov 9 2:42 AM
 
พี่มานิตครับ
"นอกเหนือจากความกังวลแล้ว ไม่มีสิ่งใดที่จะกังวล
พึงมีชีวิตที่ สนใจ ยินดี ในสิ่งที่กำลังจะทำ
หมดความกังวล ความห่วงหา เยื่อใย ความหมกหมุ่น ในตนเอง
.
.
ชีวิตมีเพียงประโยชน์ที่กำลังจะทำ
ไม่มีเรื่องของตนเอง ไม่มีเรื่องที่ต้องกังวล "
 
Oct 30 2:42 AM
 
พี่มานิตย์ครับ
เดี๋ยวผมจะเขียนเล่าให้ฟังนะครับ
เรื่องมันย้าว

ตอนนี้มีเเรื่องที่อยากจะเล่าให้พี่มานิตฟังอีกเหมือนกัน
เกี่ยวกับการทำงานครับ

เดี๋ยวผมจะมาเม้นใหม่นะครับ
 
Oct 20 4:00 AM
 
ไปงานสัปดาหืหนังสือแล้ววันนี้ตอนบ่าย ลาพักร้อนไปช็อปปิ้ง 5555 เพราะว่าขี้เกียจเจอคนแน่นวันหยุด บ่ายนี้คนเยอะพอสมควรแหละ ชักสงสัย ทุกคนคิดเหมือนเราแน่เลย

สรุปว่าได้มา 5 เล่มค่ะ เพราะหลายเล่มหมด หาไม่ได้ ที่ได้มาคือ
ผม มูราคามิ , กัมพูชาพริบตาเดียว, อาจารย์ในร้านคุ้กกี้ ของ นิ้วกลม
เชือกกล้วยมัดต้นกล้วย, ตัวหนังสือคุยกัน ของ ประภาส ชลศรานนท์

จำนวนหนังสือไม่ถึงขนาดพี่ว่าค่ะ ไปนั่งลิสต์คร่าว ๆ ตอนนี้มีประมาณ 180 เล่ม
 
Oct 19 4:31 AM
 
"เลิกกังวลกับความรู้สึกของคนอื่น (ที่เราคิดเอาเองและบั่นทอนกำลังใจของเรา) แล้วลงมือทำในสิ่งที่โน้ตเห็นว่ามีคุณค่า "

มาได้ประโยคดี ๆ ตรงนี้อีกแล้ว

จ๊ะชอบเป็นนะ ความรู้สึกแบบนี้ ตอนหลังก็เมื่อรู้สึกตัว (สติมา)ก็บอกตัวเองว่า
อยาสน ๆ


ยังไม่ได้ไปงานสัปดาห์หนังสือเลยพี่ มีที่อยากซื้อประมาณ 10 เล่ม (กะดูแล้วว่าไม่มีตามร้านหนังสือ)

เป็นเหมือนกัน บางทีชอบซื้อ แต่เปิดอ่านผ่าน ๆ สบายใจว่ามันอยู่กับเราแล้ว

เมื่อวานไปกับเล้งมาที่ยุวพุทธ จำนวนคนเป็นพันเลยเหมือนกันพี่
 
Oct 18 10:14 PM
 
ขอบพระคุณครับพี่มานิต
................


พี่มานิตจะว่าอะไรไหมถ้าผมจะเล่าสิ่งที่ผมวาดให้ฟัง
 
Oct 18 8:58 PM
manit says:
 
พี่มานิตตอบน้องโน้ต
--------------------

เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งในกุศลจิตของโน้ต ที่จะทำประโยชน์ให้กับสังคม

เลิกกังวลกับความรู้สึกของคนอื่น (ที่เราคิดเอาเองและบั่นทอนกำลังใจของเรา) แล้วลงมือทำในสิ่งที่โน้ตเห็นว่ามีคุณค่า

ไม่สำคัญหรอกว่าจะทำได้มากหรือน้อย จะสำเร็จหรือไม่สำเร็จ
สำคัญที่ "ได้ทำ และมึความสุขที่ได้ทำ" ต่างหาก

ดูอย่าง "ดาบวิชัย" ที่ปลูกต้นไม้ทุกวัน วันละต้นสองต้น
ไม่ต้องคาดหวังถึงความสำเร็จใดๆ
เพียงมีความสุขกับการได้ปลูกต้นไม้ ในทุกๆต้น ทุกๆวัน

ผลก็เกิดเองตามธรรมชาติ
ไม่ต้องหวังมันก็เกิด และต้องเกิด
เพราะมันเป็น "กฎแห่งการกระทำ"
เรียกอีกอย่างว่า "กฎแห่งกรรม"
 
Oct 17 8:59 AM
 
พี่มานิตครับ
ผมมาทำงานที่กรุงเทพ ได้ความรู้มากเลยที่เดียวครับ
ทั้งวิชาการทางโลก และทางธรรม

ที่กรุงเทพ
ทำให้ผมเห็นความแตกต่างของคนเราชัดเจนมากเลยครับ
(มีความคมชัด ความเข้มข้น ในเรื่องความแตกต่างมากกว่าต่างจังหวัดมาก)
ในที่ทำงานผมผมได้พบ คุณหมอ ผู้หลักผู้ใหญ่
และบุคคลสำคัญทางวิชาการที่ต่างเป็นที่ยอมรับ
เป็นที่รู้จัก เป็นที่เคารพของสังคม (ชั้นนึง) อย่างมาก

และในทางตรงข้าม
ผู้คนบางส่วนนอกตึกทำงานผม (หรือแม้ผู้รับบริการของผมเอง)
กลับมีสภาพที่ลำบาก ขอทาน สกปรก กินไม่อิม ทรมาน และอื่น ๆ มากมายครับ
 
Oct 16 11:11 PM
 
พี่มานิตไปช็อปปิ้งสัปดาห์หนังสือมั้ยคะ
เดี๋ยวนี้อ่านหนังสือบ่อยเปล่า????

Title
body